แดดไทยเดือนเมษา ผิวไหม้ได้ใน 15 นาที · ดัชนีความร้อนแตะ 60°C · WHO บอกว่าควรเริ่มป้องกันตั้งแต่เมื่อไร
เดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้จุดตั้งฉากกับประเทศไทยมากที่สุด ทำให้รังสี UV ต้องผ่านชั้นบรรยากาศในระยะสั้น ส่งผลให้ความเข้มของรังสีสูงกว่าช่วงอื่นของปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมจาก ดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่อาจแตะ 60°C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ "ร่างกายรู้สึก" ไม่ใช่อุณหภูมิอากาศจริง การยืนกลางแจ้งช่วงเที่ยงจึงเสี่ยงทั้งแดดและความร้อนพร้อมกัน

UVA — แก่ก่อนวัย ทำให้ผิวคล้ำ ฝ้า กระ และเหี่ยวย่น เพราะทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง
UVB — ผิวไหม้เฉียบพลัน ทำให้แสบ แดง เป็นผื่น และผิวลอก เป็นตัวการหลักของมะเร็งผิวหนัง
ทำลาย DNA WHO —ระบุว่า UV สะสมทำลาย DNA ของเซลล์ผิว และกดระบบภูมิคุ้มกัน
อันตรายต่อดวงตา — เพิ่มความเสี่ยงต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อ และมะเร็งรอบดวงตา

กรมอนามัยไทยยืนยันว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงจาก UV ตลอดทั้งปี และพบความสัมพันธ์ระหว่างการรับแสง UV กับการเข้ารักษาโรคต้อกระจก โดยกลุ่มเสี่ยงสูงได้แก่ เด็ก วัยรุ่น และคนทำงานกลางแจ้ง
การหลบแดดและใส่เสื้อผ้าปกคลุมคือแนวป้องกันหลัก — ครีมกันแดดเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ข้ออ้างให้อยู่กลางแดดนานขึ้น
— องค์การอนามัยโลก (WHO)
1 เลี่ยงแดดตรงช่วง 10.00–16.00 น. ถ้าจำเป็นต้องออก ให้หาเงาก่อนเสมอ WHO แนะนำให้เริ่มป้องกันตั้งแต่ค่า UVI 3 ขึ้นไป
2 ใส่ "เกราะกาย" ก่อนกันแดดเสมอ — เสื้อแขนยาวผ้าทอแน่น หมวกปีกกว้าง และร่ม เป็นด่านหลัก
3 ใส่แว่นกันแดดที่กัน UV-A/UV-B ได้ 99–100% แบบโอบรอบดวงตาจะป้องกันได้ดีที่สุด

4 เลือก SPF ให้ตรงกิจกรรม — ใช้ชีวิตในเมือง SPF15 พอได้; ออกกลางแจ้งหรือเล่นกีฬาใช้ SPF30+ และดูค่า PA สำหรับ UVA
5 ทาก่อนออกแดด 15–30 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เด็กต่ำกว่า 6 เดือนให้หลีกเลี่ยงแดดแทนการทากันแดด
6 ระวังแดดสะท้อนจากน้ำและทราย ถ้าเล่นน้ำ ให้เลือกครีมกันแดดแบบ Water Resistant และทาซ้ำบ่อยขึ้น
7 เช็ก UV Index ก่อนออกบ้าน ที่เว็บศูนย์โอโซนและรังสี กรมอุตุฯ หรือแอป SunSmart Global UV ของ WHO
